ข้อความต้นฉบับในหน้า
บรรพิตาจิตมหาจารณะ
สำนักของพระเจ้
ทั้งใหญ่และย่อจะมีความงดงาม มีความสุขตลอดเวลา สามารถ
เว้นจากการทำบาปทั้งหลายได้ บรรเทาวิจากกรรมชั่วที่เคยทำ
ไว้ในอดีตให้เบาบางลงได้ และยังดึงดูดกรรมดีที่เคยทำไว้ในอดีต
ให้มาส่งผลได้ง่ายขึ้นด้วย
จะทำได้อย่างนี้ ภิกษุต้องสำรวมกายให้ดีในทุกอริยบถ
รู้แจ้งชัดเจนว่า ตอนนี้กำลังเดิน กำลังนั่ง กำลังนอนอยู่
ไม่ว่าจะทำกิจอาการใด ก็รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา เป็นผู้ไม่ประมาท
มีความเพียรอยู่ในธรรมอย่างนี้ จะละความคิดฟุ้งซ่านได้ จิตกำหนด
อยู่ภายในกายเท่านั้น คงที่ สงบเงียบ จนธรรมดวงนั่นพูดขึ้น
เรียกว่า เจริญภายในตาดตสี ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
“ดูอาณิกษ์ทั้งหลาย ประการอื่นยังมีอีก ภิกษุเดินอยู่ ก็รู้
ว่ากำลังเดิน หรือยืนอยู่ ก็รู้ชัวว่ากำลังยืน หรือยืนอยู่ ก็รู้ชัวว่ากำลังนั่ง หรือ นอนอยู่ ก็รู้ชัวว่ากำลังนอน หรือเธอทรงกายโดย
อาการใด ๆ ก็รู้ชัวว่ากำลังทรงกายโดยอาการนั้น ๆ
... ในเวลาก้าวไปและถอยกลับ ในเวลาแลดู และเลียวดู
ในเวลางอแขนและเหยียดแขน ในเวลาทรงผ่าสามีฎี บาตร และ
จิร ในเวลานั้น ดีด ดื่ม เครื่อง และลิ้ม ในเวลาถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ
ในเวลาเดิน ยืน นอนหลับ ตื่น พูด และนิ่ง เมื่อภิกษุนั้นไม่ประมาท
มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอย่างนี้ ย่อมละความดำริพลาดที่
เป็นใจเรือนเสียได้ เพราะละความดำริพลาดนั้นได้ จิตอันเป็นไป
ภายในเท่านั้น ย่อมคงที่ แน่นิ่ง เป็นธรรมเอกคุณดี ดังนั้น ดูอ่าน
ภิกษุทั้งหลาย แม้อย่างนี้ ภิกษุชื่อว่า เจริญภายในตาดสี” ๑๐
ม. อ. กายตาคตสติสูตร (ไทย.มมร) ๒/๒๕๙-๒๕๙/๒๙-๒๙/๓๗-๓๘