ข้อความต้นฉบับในหน้า
บรรพชีวิมาหาพิจารณา
สำนักงานของพระเจ้า
กรรม แปลว่า การกระทำ ซึ่งการกระทำนี้จะเกิดขึ้นโดยเจตนาการ มีทั้งเจตนาที่ดีหรือไม่ดีเป็นตัวกระตุ้นให้เราคิด พูด และทำตามเจตนานั้น ๆ โดยแสดงออกมาเป็นพฤติกรรมทางกาย คือ กายกรรม ทางวาจา คือ มโนกรรม มีทั้งพฤติกรรมที่ดีและชั่วไป
กรรมที่เป็นของตน มี 2 ประเภท คือ กรรมดีและกรรมชั่ว เรามิกรรมเป็นของตน หมายถึง การกระทำของเรานั้นมีจิตของเราเองเป็นตัวสั่งการให้ร่างกายทำ ที่เรียกว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ดังนั้น พฤติกรรมที่เราแสดงออกทางกายและวาจา ล้วนเกิดจากการสั่งการของจิตเราทั้งสิ้น
จึงกล่าวได้ว่า จิตของเรานั้นเองที่เป็นเจ้าของการกระทำ ทางกาย ทางวาจา และใจ ไม่ได้เกิดจากการสั่งการจากคนอื่น เพราะ แม้คนอื่นส่งให้ทำ แต่สุดท้ายคนที่ตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ คือ ตัวเราเอง
เป็นทายาทของกรรม หมายถึง เรามีกรรมเป็นมรดก เป็นสมบัติของเรา สืบเนื่องจากเรามีกรรมเป็นของตน เมื่อเราตัดสินใจทำสิ่งใด การกระทำนั้นย่อมเกิดจากเจตนาของเราอย่างแน่นอน ไม่ได้เกิดจากผู้อื่น ดังนั้น ผู้เป็นทายาทหรือผู้ที่จะรับ
เจตนากรรม คือ เจตนาที่ประกอบกับกุศลจิต และอกุศลจิต ส่วนเจตนาที่ประกอบกับจิตที่เหลือ ไม่อาจเป็นกรรม แต่เป็นเจตนาวิบากบ้าง ซึ่งเป็นผลของกรรมอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นตัวเหตุ และเจตนากิริยาบ้าง คือ เจตนาในการกระทำดังกล่าวของพระราม แต่ไม่มีผลเป็นวินา ให้ไปเกิดหรือได้รับผลกรรมต่อไป จึงไม่จัดเป็นกรรม
อ.ป.จุณ.อก. (ไทย.มน.) ๒๙/๑๙๓