ข้อความต้นฉบับในหน้า
บรรพชิตมหาพิจารณา
สำนักงานพระเถร
๒) การนุ่งห่ม มีวัตถุประสงค์เพื่อความร้อน เพื่อป้องกันร่างกาย
ให้ดูเรียบร้อย ให้ความอ่อนนุ่ม ป้องกันอันตรายจากแมลงต่าง ๆ มี
เหลือ ยุง ริ้น ไร เป็นต้น และนุ่งห่มแบบนี้ไปตลอดชีวิต ไม่วิจิตร
เปลี่ยนแปลงไปตามแฟชั่น
ในช่วงแรก การเปลี่ยนจากกางเกงที่คุ่นเคยมานั่งสงบ
หมู่จิว ไม่ใช่เรื่องจะทำได้ง่าย เพราะยังไม่คุ้นเคยว่าผ้าชิ้นไหน
เรียกว่านอกจากนี้ควรนุ่งอย่างไรบ้าง เช่น ผ้านุ่งปิดท่อนล่าง เรียก
ว่า ผ้าสงบ สายรัดผ้าสงบคล้ายเข็มขัดแต่ทำมาจากผ้าถาก เรียก
ว่า ประคดเอว หรือรัดประคด
ผ้าที่รังงบนี้นบาง ๆ อาจมีกระเป๋าด้านข้างและ
ตรงหน้าอก จะมีซิปหรือไม่ก็ได้ เรียกว่า ผ้าถะ ใช้สวมใส่ไว้
ด้านในสุด อีกผืนหนึ่งขนาดใหญ่ใช้ผมคลุมก็ได้ พับกลับไป
กลับมาหมดเวียนบ่า เป็นลักษณะห่มดองครองจีวรก็ได้ เรียกว่า
อุตราสงค์ และอีกผืนหนึ่งขนาดเท่ากัน นำมาพันทบกันสำหรับ
พาดบ่า เรียกว่า สงมฤฎิ นอกจากยังมีผ้าอีกผืนหนึ่งใช้รัดบริเวณ
หน้าอกเวลา หมจีวรในลักษณะห่มดอง เรียกว่า ผ้ารัดอก ผ้าม
ผ่นนุ่งของพระภิกษาสามเณรปกติทีมีอยู่เพียงเท่านี้
สำหรับการนุ่งห่มผ้าเหล่านี้ มีวิธีการและลำดับขั้นตอน
แตกต่างกันไป ขั้นแรกเริ่มจากการนุ่งผ้าสบก่อน ด้วยการกลั้วผ้า
ขึ้นมาในลักษณะคล้าย ง่ามให้ชายผ้าสบด้านล่างอยู่ระดับ
ครึ่งหน้าบัง จากนั้นจับปลายผ้าชี้เข้าไปด้านในให้สุด แล้วจับจีบใหญ่
พ่อประมาณสัก ๑ คืบ พับซ้าย พับขวา สลับไปมาเข้าหาลำตัวจน
มาสุดที่นั่นเอง แล้วถือไว้ใช้ง่านั้นก่อน
www.dattajeewo.com