ข้อความต้นฉบับในหน้า
บรรพชิตพึงพิจารณาเนื่อง ๆ ว่า ผู้ศรัทธารู้แจ้งแล้ว ดีเดชน์เราโดยศีลได้หรือไม่
และปฏิบัติ เป็นผู้มีความละอายและความเกรงกลัวต่อบาปเป็นปกติ สมบูรณ์ด้วยศีลตลอดจนสมณศักดิ์ผู้ได้เจโตปริยายและเทวดาทั้งหลายผู้เป็นบัณฑิต
การพิจารณาของวิญญาณขัน คือ การตรวจสอบด้วยปัญญา
พิจารณาจากสิ่งที่เห็นและพิสูจน์ได้ว่ากระทำผิดจริง ไปจนถึงการตรวจตราด้วยญาณ คือวิชาชํารจิตผู้อื่น เรียกว่า เจโตปริยาย
การติเตียนของวิญญาณ คือ การที่บัณฑิตผู้รับแจ้งซึ่งเป็นเพื่อนพรหมจรรย์ สมณพรหมจรรย์รวมถึงเทวาทั้งหลาย ได้ใช้ปัญญาพินิจพิจารณาหรือดูตรวจตราด้วยญาณแล้วว่าทำผิดจริง จึงกล่าวติเตียนขึ้น เช่น “เขาบวชในพระพุทธศาสนาอนันต์ประเสริฐเห็นปานนี้แล้ว ยังไม่อาจด่วนจากบาทแม่เพียงเล็กน้อยได้ แล้วเขาจะบวชทำไมกัน”
อีกกรณีหนึ่ง อาจมีท่านผู้มีญาณรู้จิต หรือเทวดาม่วงรู้ความคิดของเราได้ ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสอนเหล่าภิกษุในอธิปไตยสุดร่มว่า
ภิษุกในพระธรรมวินัยนี้ควรพิจารณากว่า เราตั้งใจออกจากเรือนเป็นบรรพชิต เพื่อ งเทิงให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์ พบบวช แล้วจะมาตรีในกาม มีความพยายาม กวมเบียดเบียน เป็นต้น ได้อย่างไร กับมีท่านผู้รู้จิตของเรา ยังวุ่นวุ่นด้วยอุตส่าหต่าง ๆ แม้เหตุที่มาเข้าใกล้ก็รู้ด้วยฤทธิ์ว่า เรานี้แม้ออกจากเรือนบวชด้วยศรัทธาแล้ว แต่ใจยังว่าด้วยออกสลอยอยู่