ข้อความต้นฉบับในหน้า
นิ กกำหนดนิ มิ ดเป็น "ดวงแก้วกลมใส" ขนาดเท่าแก้วดำน้ำ ใสบริสุทธิ์ ปราศจากรอยตำหนิ ใด ๆ ขาวใส เย็นตา เย็นใจ ดั่งประกายของดวงดาว ดวงแก้วกลมใสนี้เรียกว่า บริกรรม นิมิต นึกสบาย ๆ นิ กันเหมือนดวงแก้วนั้น ม่านสลืออยู่ ณ ศูนย์กลางกายฐานที่ 3 นิ ไปภาวนาไปอย่างนุ่มนวลเป็นพุทธานุสติว่า "สัมมาอะระหัง" หรือค่อย ๆ น้อมนึกดวงแก้วกลใส ให้ค่อย ๆ เคลื่อนไปสู่ศูนย์กลางกายตามแนวฐาน โดยเริ่มต้นตั้งแต่ฐานที่ 1 เป็นต้นไป น้อมนึกอย่างสบาย ๆ ใจเย็น ๆ ไปพร้อม ๆ กับคำภาวนา นี้ ซึ่งเมื่อมิดดวงแก้วกลมใสปรากฎแล้ว ณ ศูนย์กลางกายให้วางอารมณ์สบาย ๆ กับนิมิตนั้น จนเหมือนกับว่าดวงนิมิตเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ หากดวงนิมิตนั้นอันตรธานหายไปก็ไม่ต้องนึกเสียใจ ให้วางอารมณ์สบาย แล้วนิมิตนั้นขึ้นมาใหม่แทนดวงเก่า หรือเมื่อดวงนิมิตนั้นไปปรากฏที่อื่นที่ใช้ศูนย์กลางกายให้ค่อย ๆ น้อมนิมิตรเข้าสามอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่มีการบังคับ และเมื่อดวงมาหยุดสนิท ณ ศูนย์กลางกายให้วางสติลงไปยังจุดศูนย์กลางของดวงนิมิต ด้วยความรู้สึกคล้ายมีดวงดาวดวงเล็ก ๆ อีกดวงหนึ่งซ้อนอยู่ตรงกลางดวงนิมิตดวงเดิม แล้วสนใจเอาใจใส่แต่ดวงเล็ก ๆ ตรงกลางนั้นไปเรื่อย ๆ ใจจะปรับจูนหยุดได้ถูกส่วน เกิดการตกศูนย์และเกิดดวงส่วนขึ้นมาเท่าที่ดวงนี้เรียกว่า "ดวงธรรม" หรือ "ดวงปฐมมรรค" อันเป็นประตูเบื้องตันที่จะเปิดไปสู่หนทางแห่งมรรคผลนิพพาน การตรีกษเลิกนิกรมาสามารถทำได้ในทุกเหตุก์ ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน เดิน หรือขณะทำการใด ๆ