การเรียนวินัยและการปฏิบัติธรรม เดินไปสู่ความสุข (ฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2513) หน้า 89
หน้าที่ 89 / 130

สรุปเนื้อหา

บทความนี้กล่าวถึงความสำคัญของการเรียนวินัยในพระพุทธศาสนา โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ที่เรียนวินัยควรมีจิตใจอ่อนโยน และไม่ควรทำให้เกิดความคิดที่ไร้สาระ เช่น การเป็นนักเลงหัวไม้หรือการทะเลาะวิวาท เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้าย ควรระมัดระวังและประพฤติธรรมเพื่อป้องกันปัญหา การใช้อำนาจจิตมีความจำเป็นต่อการพัฒนาสมาธิ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเร่งมรรคผลได้อย่างเหมาะสม หากขาดความสำรวมก็อาจส่งผลให้ไม่ได้รับผลที่พึงประสงค์

หัวข้อประเด็น

-การเรียนวินัย
-การปฏิบัติธรรม
-สมาธิ
-ความสำคัญของจิตใจ
-การระมัดระวังในชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แถว แต่ท่านอาจารย์ยังเป็นวราว ใครเรียนวินัยน่าไม่ทนเสียหนามปฏิบัติ ธรรมนำจริงจังแล้วเป็นต้องทนรากทุกคน ทำไม่ขาแพ่งจึงว่าชาวกรรเทเป็นวิชา มาร สาเหตุมีหลายประการอุ้บด้วยกัน จอยอับแจงเป็นข้อ ๆ ไปตามง่ายไปหยาก ประกาแรก ผู้นิเรียนวินัยน่าจะมีจิตใจอ่อน นึกว่าตนเองเก่งกล้าหืน คน เพราะอาวุโ๖ ๆ ท่ออะไรไม่ได้ ถ้าสันดานเค็มของบุคคลผู้นั้นทำรามอยู่แล้ว จะลำพองคนอจิตไม่กลัวตาย คลายเป็นนักเลงหัวไม้หรือเป็นโรงโบในกุฎิค ถคน นั่นเพ็ญเป็นคนสงเสียงดังว่าไม่เกะ เมื่อเรียนวินัยกจะฟันเข้าไปถึงแมจะไม่ ระรานฝีด แต่เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นเฉพาะหน้าหลังหน้านั้นไปได้เรื่องรายก จะชนะป้อง แตกกลั่นไม่หลุด เพราะถือว่านิยามของคงความอยากลองทีมนิมาเรื่อง ร้ายควรระวังไปกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่งกับลงไม้มินกัน และไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายแพ้หรือฝ่ายชนะย่อมเป็นการก่อร่างการ ฉะนั้นทางก็อย่าไปเรียนเลย ถ้ากลัว มีเรื่องมีвахใหมไม่สนุกให้พระแผนเกิดก้อนอนทุกคน ปฏิบัติต่อให้อยู่ใน ศีลในธรรม รับรองไม่มีโครมา ทรงเรื่องกับท่าน เพราะ “ธรรมย่อมรักษาคุ้มครองผู้ ประพฤติธรรม” ส่วนกะไปเรียนทำให้นั้นหยามไม่ได้ เป็นการป้องกันที่เหตเลย เพราะรอให้เรื่องมาเหยียบก่อนเป็นการแก้ผล ดังไม่ถูกหลักของพระพุทธศาสนา ประกริกที่สอง ในการใช้อำนาจจิตแบบนี้มีความจำเป็นต้องคันสมายใจ ไว้นึกน่าคบ ๆ หรือไม่เช่นนั้นงปลูกพระปลักตัว ทำให้ท่านยอมสมหมายในเวลา ผัสสมาธิ ฯนั้นผู้ที่วินัยมาไม่สามารถจะผสมธิบมัธสูงได้ ไม่มีโอกาสเร่ง มรรคผลได้ มิเบาทางลงอุปบายประกัส เพราะเหตุจึงทำให้พาเจาเสียเวลาฝึก ๑ ปี กว่าจะมีพื้นฐานทางสมาธิขึ้นมานคงเพียงพอ ถ้าใฝ่ครวชฝ่ายพระโดยตรงแต่เรริ แรกก็จะไปคลิบ ยิ่งกว่านั้นถ้าท่านสงเกี่จะเห็นว่าคนที่ปลูกตัว หรือปลูกพระ จะมีภาระเทา กระทับฉะเหมือนปลููกทุกบ หรือสัตว์ที่กลังใกล้เคียง ยิ่งทรุนทุ- รายมากเท่าไหร่ก็อาจจะพระกับสิทธิ์มาเท่านั้น อย่างนี้อื้เน้น “มิจฉาทิฏฐิแห็น ผิเริ่มชอบ เห็นมาฉันเป็นพระ” จงละไว้สมอว่า อาการใดก็ตามขาดความสำรวม ระงับอาการนั้นไม่ใชอาการของศีลยักตาก เป็นอาการของสัตว์เดียรฉานหรือนร ต่างหาก ใครที่ชอบปลูกพระปลกหัวจงเลิกเสีย เกี่ยวจะบ้านร้อนประคบเสื้อผ้าบังดี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More