ข้อความต้นฉบับในหน้า
แถว
แต่ท่านอาจารย์ยังเป็นวราว ใครเรียนวินัยน่าไม่ทนเสียหนามปฏิบัติ
ธรรมนำจริงจังแล้วเป็นต้องทนรากทุกคน ทำไม่ขาแพ่งจึงว่าชาวกรรเทเป็นวิชา
มาร สาเหตุมีหลายประการอุ้บด้วยกัน จอยอับแจงเป็นข้อ ๆ ไปตามง่ายไปหยาก
ประกาแรก ผู้นิเรียนวินัยน่าจะมีจิตใจอ่อน นึกว่าตนเองเก่งกล้าหืน
คน เพราะอาวุโ๖ ๆ ท่ออะไรไม่ได้ ถ้าสันดานเค็มของบุคคลผู้นั้นทำรามอยู่แล้ว
จะลำพองคนอจิตไม่กลัวตาย คลายเป็นนักเลงหัวไม้หรือเป็นโรงโบในกุฎิค ถคน
นั่นเพ็ญเป็นคนสงเสียงดังว่าไม่เกะ เมื่อเรียนวินัยกจะฟันเข้าไปถึงแมจะไม่
ระรานฝีด แต่เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นเฉพาะหน้าหลังหน้านั้นไปได้เรื่องรายก
จะชนะป้อง แตกกลั่นไม่หลุด เพราะถือว่านิยามของคงความอยากลองทีมนิมาเรื่อง
ร้ายควรระวังไปกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่งกับลงไม้มินกัน และไม่ว่าจะเป็น
ฝ่ายแพ้หรือฝ่ายชนะย่อมเป็นการก่อร่างการ ฉะนั้นทางก็อย่าไปเรียนเลย ถ้ากลัว
มีเรื่องมีвахใหมไม่สนุกให้พระแผนเกิดก้อนอนทุกคน ปฏิบัติต่อให้อยู่ใน
ศีลในธรรม รับรองไม่มีโครมา ทรงเรื่องกับท่าน เพราะ “ธรรมย่อมรักษาคุ้มครองผู้
ประพฤติธรรม” ส่วนกะไปเรียนทำให้นั้นหยามไม่ได้ เป็นการป้องกันที่เหตเลย
เพราะรอให้เรื่องมาเหยียบก่อนเป็นการแก้ผล ดังไม่ถูกหลักของพระพุทธศาสนา
ประกริกที่สอง ในการใช้อำนาจจิตแบบนี้มีความจำเป็นต้องคันสมายใจ
ไว้นึกน่าคบ ๆ หรือไม่เช่นนั้นงปลูกพระปลักตัว ทำให้ท่านยอมสมหมายในเวลา
ผัสสมาธิ ฯนั้นผู้ที่วินัยมาไม่สามารถจะผสมธิบมัธสูงได้ ไม่มีโอกาสเร่ง
มรรคผลได้ มิเบาทางลงอุปบายประกัส เพราะเหตุจึงทำให้พาเจาเสียเวลาฝึก
๑ ปี กว่าจะมีพื้นฐานทางสมาธิขึ้นมานคงเพียงพอ ถ้าใฝ่ครวชฝ่ายพระโดยตรงแต่เรริ
แรกก็จะไปคลิบ ยิ่งกว่านั้นถ้าท่านสงเกี่จะเห็นว่าคนที่ปลูกตัว หรือปลูกพระ
จะมีภาระเทา กระทับฉะเหมือนปลููกทุกบ หรือสัตว์ที่กลังใกล้เคียง ยิ่งทรุนทุ-
รายมากเท่าไหร่ก็อาจจะพระกับสิทธิ์มาเท่านั้น อย่างนี้อื้เน้น “มิจฉาทิฏฐิแห็น
ผิเริ่มชอบ เห็นมาฉันเป็นพระ” จงละไว้สมอว่า อาการใดก็ตามขาดความสำรวม
ระงับอาการนั้นไม่ใชอาการของศีลยักตาก เป็นอาการของสัตว์เดียรฉานหรือนร
ต่างหาก ใครที่ชอบปลูกพระปลกหัวจงเลิกเสีย เกี่ยวจะบ้านร้อนประคบเสื้อผ้าบังดี