ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธรรมหรือจิตใจคนส่วนมากให้ก่ออารมณ์ โยเซ่พยักหน้าเบาเสียงจริง ๆ ในเมื่อ ยอมให้มารมณ์จมูกก็ได้แล้ว จะไปอธรรมหรือลึกซึ้งจากไหนกันเลามบรรยาย ขึ้นบรรยายออกไปก็จงจะมีแต่เพียงฉานจินใจนั่นเอง
ท่านผู้ใดก็ตามจะคิดฝึกฝนสติ กำลังฝึกอยู่ หรือละภาคได้แล้วตาม ข้างเจ้าขอกราบเท้ารอนให้เลิกเสียด เพราะท่านผิดแล้วเชียวไม่พอพลอยให้เฝ้าหลอดผิดตามท่านไปอีกด้วย วิชานี้เป็นของมารโดยแท้ ไม่ว่าการสะกดจิตนี้จะเพื่อไปใช้ในทางแพทย์ ในการค้นคว้าวิจัย เพื่อแสดงตัวเป็นผู้เฉพาะ หรือแคระทั่งเมื่อสะกดตัวเองก็ตามที ข้างเจ้าเองเคยมาด้วยสามารถสะกดให้คนหลับในสิบห้านาที แต่เมื่อพิจารณาเห็นโทษในโลกนี้และโลกหน้าจงจะอดใจเลิกเสียดหนามปฏิบัติธรรม อันเป็นเนื้อแท้ของศาสนิกว่าประเสริฐกว่า ทำไมเจ้าจึงว่อรองให้เลิกสะกดจิต
ประการที่หนึ่ง ผู้จะทำการสะกดจิตจะต้องตั้งปราศนาะอธิษฐานให้ผูกสะกดจิตตาเดียวซึ่งมักสัมผัสกับความรู้สึกตัว อยู่ในการงับบัญชาของผู้ทำการสะกดจิตเพียงผู้เดียว ไม่ว่าผู้สะกดจะบัญชาให้ไปทำหรือทำชั่วก็ต้องกระทำตามนั้น ซึ่งล่อเหลมต่ออันตรายมาก ถ้าผู้สะกดเป็นโรคเส้นประสาทอาจทำให้บ้าได้ หรือถ้าเป็นผู้ที่จะยามฆาตกายจะตายขณะสะกดจิตนั้นเอง หรือถ้าล้มจะไม่เป็นไรผู้สะกดต่อมาภายหลังอันก็จะเป็นคนใจอ่อนขาดเสียสติปัญญาในหลายๆ กรณี ฉะนั้นอย่า เสียงดีกว่า
ประการที่สอง ผู้ทำการสะกดจิตจะสะกดตัวเองเสียก่อน คือให้ได ประสาทเบ่งรัว ลูกน้องท้ายเบ่งครั้งนี้เป็นเวลานานๆ บางคนก็ทำให้ร่างกายตนเองแข็งทอึนทึน ขาดสติสมปัญญาไปนานๆ ในที่สุดปลายผู้ถูกสะกดติดมักจะป่าว ๆ เป็นผดไม่เต็มบาท เพราะกรรมมัวแต่ฝนให้ตนเป็นคนขาดลดเป็นการขัดต่อมรรคผลของสมเด็จเจ้า สัมพุทธเจ้าตอบให้ ตังค์ตอบ (สัมมาสตี)
ประการที่สาม ในกรณีที่สะกดคนใช้เพื่อการรักษาในทางแพทย์ ดู ๆ ก็บัน ประโยชน์ดี แต่อย่าไปเชื่อลึกว่าช่วยเขาให้หายแต่เราอจะเป็นบ่นุ ใช้ยูคามินดอื่นแทนก็ได้ไม่มีจะงไปงั้นไปเสียอย่างนั้น อนุประการหนึ่ง การรับบุคคลเจ็บไข้ไขม่ย