null ศาสตร์และศิลป์แห่งความเป็นครู หน้า 20
หน้าที่ 20 / 216

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กิเลส - ฝังตัวเกาะติดอยู่ในใจมนุษย์ ตั้งแต่แรกถือกำเนิดในครรภ์มารดา เช่นเดียวกับเชื้อโรคทั้งหลายที่ฝังตัวอยู่ในยีนและโครโมโซม เพื่อจังหวะทำความเจ็บป่วยให้ร่างกายขณะที่สุขภาพอ่อนแอฉันใด กิเลสก็อ้างหาโอกาสครอบงำเราขณะที่ใจเผลอสะอัตฉันนั้น กิเลส - ที่แฝงอยู่ในใจของผู้ตายนันไม่ตายตามร่างกายไปด้วย แต่ทำหน้าที่บังคับบัญชาให้รายละเอียดของผู้คนนั้นไปเกิดใหม่ในภูมิที่พอเหมาะกับความเลวร้ายของเขาหากได้โอกาสบังคับผู้ค้านให้คิดร้าย พูดร้าย ทำร้ายต่อไปอีก จึงต้องเป็นทุกข์และได้บาปต่อไปอีกชาติล่า เช่นเดียวกับผู้คุม ยายนักโทษจากที่คุมขังหนี ไปอีกที่คุมขังหนึ่งให้พอเหมาะกับความประพฤติของนักโทษนั้น หากนักโทษก่อนเหตุกลเองก็ลงโทษอย่างงั้นกันอีก กิเลส - หากเข้าครอบงำได้เมื่อไหร่ ก็ย่อม เคลิ้ม หล่อ ห้ามใจให้คร่ำครวญ ขุ่นมัว มืดมิด สกปรก มีสภาพไม่ต่างกับ ถ้ามิดที่ทั้งสกปรกทั้งอันตราย หรือเหมือนกับคนใส่แว่นสีดำแถมเปื้อนโคลนหนอะหนะอีกด้วย ทำให้เสียคุณภาพในการรับรู้ทางประสาทสัมผัสทั้ง ๕ คือ การได้ _________________________ กิเลสคือลิชซา ทำให้เกิดสังคมคือเจตนากรรรม ปรุงแต่งให้เป็นวัตถุจิตไว้ เมื่อตัคติอ่อนยาจากภาพเก่า ปฏิสนธิจิต (ปฏิสันธิญาณ) ย้อมพาเอานามรูปไปปฏิสนธิในใหม่ และก่อนเกิดอายตนะคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตามควรแก่ภูมินั้นๆ เป็นเหตุให้เกิดผัสสะ เวทนาให้ได้รับวิบาก (ปวัตติวิบาก) ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใดบ้าง ไม่ดีบ้าง ตามควรแก่กรรมในอดีต อันจะก่อให้เกิดกิเลสในภายใหม่คืออดีตา อุปาทาน อันเป็นเหตุให้ทำกรรม (กรรมภาพ) ในภายใหม่ต่อไปไม่รู้จบ ศาสตรและศิษป์แห่งความเป็นครู
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More