โทษและการละโทษในชีวิต ศาสตร์และศิลป์แห่งความเป็นครู หน้า 24
หน้าที่ 24 / 216

สรุปเนื้อหา

บทความนี้พูดถึงผลกระทบที่เกิดจากโทษซึ่งอาจทำให้คนเราทำลายทั้งตนเองและสังคม การละโทษนั้นสามารถทำได้โดยผ่านการใช้ปัญญาและการรักษาศีล ๕ เพื่อป้องกันผลเสียทางจิตใจ เช่นเดียวกับการบำเพ็ญธรรมที่ช่วยสร้างเมตตาให้กับตนเองและผู้อื่น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกิเลสประเภทโมหาที่ทำให้คนหลงเชื่อในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่ความทุกข์ในชีวิต เช่น การลุ่มหลงในสิ่งของและความไม่รู้ในทางศิลป์ต่างๆ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ บุคคลต้องมีความสำนึกและตั้งใจในการพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ dmc.tv

หัวข้อประเด็น

-ผลกระทบของโทษ
-วิธีการละโทษ
-กิเลสและผลกระทบทางจิตใจ
-การใช้ปัญญาและศีล ๕
-การทำความดีและเมตตา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โทษ - เมื่อเกิดกับผู้ใดอย่าทำให้ผู้นั้นคิดทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง แม้ตนเอง นับตั้งแต่ ๑) ทำลายระบบความคิด ๒) ทำลายสุขภาพร่างกายและจิตใจ ๓) ทำลายทรัพย์สิน ๔) ทำลายสังคม เข้าท่านองใครขอความดีเป็นให้ ใครให้ก็รับทั้งยังเอาไฟเผาความดีภายในตนอีกด้วย โทษ - จึงเปรียบเสมือนลูกระเบิดในใจ พอมนระเบิดก็ทำลายตนเองเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ทำลายทั้งคนและสิ่งของข้างเคียงต่อไป การละโทษ ๑. ด้วยการใช้อดีต์ยังไว้ก่อน ๒. ด้วยการใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นโทษ ๓. ด้วยการตั้งใจรักษาศีล ๕ ป้องกันไว้ก่อน ๔. ด้วยการบำเพ็ญธรรมที่ตรงข้ามกับโทษ คือ แม่เมตตาเป็นนิจ ๓. กิเลสตระกูลโมหา โมหา - เป็นกิเลสประเภทบงบงบับใจให้หยงๆ หลงไหล มงาย มัวเมา มีดบอด ขาดเหตุผล เมื่อเกิดขึ้นแล้วอ้อมปิดบังใจของผู้นั้น ไม่ให้รู้ถึงความจริงของสิ่งที่ตนได้เห็น ได้ยิน ได้สัมผัส ได้สัมผัส แล้วคิดลู่ทางต่างๆ นานา ด้วยความเขลาเบาปัญญา ทำให้ไม่รู้จับแพบปบุญ คุณโทษผิดชอบ ชั่วดี เช่น ลุ่มหลงในสุรา นารี พาชี ทั้งบัตร เป็นต้น รวมเรียกว่า ความหลง สำหรับความไม่รู้ชาการต่างๆ ในทางโลก เช่น ศาสตรและศิลป์แห่งความเป็นครู ๑๑ เพจหลวงพ่อทัตตะชีวา
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More