ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่ละครอบครัวจะมีสมาชิกอยู่รวมกันไมี่กี่คน แต่ก็ไม่วายเกิดปัญหา การกระทบ กระทั่งกันไม่เว้นแต่ละวัน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ปัญหา ดังกล่าวนี้ จะไม่เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคมซึ่งมีจำนวนมาก ถ้ามองในภาพรวมอาจกล่าวได้ว่า ปัญหาการกระทบกระทั่งกัน ระหว่างผู้คน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการอยู่รวมกันในสังคมนั้น มีสาเหตุสำคัญ ๒ ประการคือ ๒.๑ ความเห็นแก่ตัว ก็เลยในใจคนคือความโลกและความหลง ทำให้คนเราเห็นแก่ตัว คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองเป็นสำคัญ ไม่ปฏิบัติตามหลักสังคหวัตถุ ๔ เหนที่แต่ละคนคิดแบ่งปันกัน (ทาน) ก็ลับฃักุณ จะพูดเพราะ (ปิยวาจา) ให้กำลังใจกันก็ไม่อยอมพูดทั้งๆ ที่ไม่ต้องลงทุนอะไร จึงไม่ต้องคิดถึงเรื่องการบำเพ็ญประโยชน์ให้กัน และกัน (อัตถจริยา) ในเวลาที่เป็นทุกข์ เดือดร้อน ขาดแคลนอุปกรณ์ ความรู้ความสามารถ ขาดกำลังบุคลากร ยิ่งกว่ามื้อเพื่อนรักทำความผิดผลาดด้วยเรื่องอันใดก็ตาม แทนที่จะมีความสมดุลสมอปลาย (สมานัตตตา) ช่วยเหลือแก้ไขให้เหตุการณ์ต่างๆ ดีขึ้น ก็กลับเฉยเมย ไม่สมถะความเป็นเพื่อน ต่างคนต่างพยายามเสาะแสวงหาวิธีการต่างๆ เพื่อให้ตนได้รับผลประโยชน์ก่อนผู้อื่น ดีว่าผู้อื่น มากกว่าผู้อื่น หรอ บางกรณีถึงมุ่งหวังผลประโยชน์เฉพาะตนเท่านั้น ไม่ยอมแบ่งสรรปันส่วน ให้กับใครฯ เลย จากความเห็นแก่ตัว ไม่ยอมสงเคราะห์กันของเรา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานวัน ก็ยิ่งเพิ่มความลำบากใจให้รุ่นแรงขึ้น กลายเป็นว่า แม่ผูเป็นใหญ่ในสังคมก็ยังขาดพรรหมิวราธรรม ทั้ง ๕ ในการปกครอง ศาสตรและศิลป์แห่งความเป็นครู นเพชหลวงพ่ทัตตซิโว