null ศาสตร์และศิลป์แห่งความเป็นครู หน้า 106
หน้าที่ 106 / 216

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อนุบาลหรือประถมต้น ซึ่งมีความรู้ไม่แตกฉานในอักขรสมัย หรือการอ่านข้อความต่างๆ ควรรอไว้ให้เด็กเรียนอยู่ชั้นประถมปลาย และมัธยมต้น จะได้รับประโยชน์มากกว่า เพราะเด็กสามารถอ่านเขียนได้ดีหรืออะไรทำนองนี้ แท้ที่จริงถึงแม่จะเริ่มสอนภาคฤทัศย์เก่าเด็กอนุบาลไม่ได้ เราก็สามารถเปลี่ยนไปเริ่มที่ภาคปฏิบัติก่อนได้ โดยการให้ทำสมาธิภาวนา ทั้งนี้เพราะใจของเด็กเล็กยังไม่แตก หมายความว่า องค์ประกอบของใจอันได้แก่ ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด และดวงรู้ ยังซ้อนกันอยู่อย่ไม่แตกแยกจากกัน ถ้าให้เด็กทำสมาธิ เด็กก็สามารถรวมดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมเป็นหนึ่งก็สว่างโพล่งขึ้นทันที ทำนองเดียวต้อนการเสียงปลั๊กไฟฟ้า กล่าวคือ พอเสียงปลั๊กไฟติดทันที แต่พอดึงปลั๊กออกไฟดดับทันทีเหมือนกัน นั่นคือ เด็กสามารถทำใจเป็นสมาธิได้อย่างรวดเร็ว แต่จะไม่สามารถรักษาไว้ได้นาน ถึงกระนั้นเด็กที่ฝึกสมาธิอยู่เสมอก็จะมีความคิดสุดจีริต บริสุทธิ์สะอาด จึงมีนิสัยประณีต มีกรายาวจาเรียบร้อยน่ารัก ว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อด้าน ไม่ก้าวร้าว เป็นเด็กไม่มีปัญหา หนึ่งในการทำใจให้เป็นสมาธินั้น มีหลักสำคัญอยู่ตรงที่การวางใจซึ่งๆ อยู่กลางกาย โดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น ตามธรรมดาเด็กเล็กๆ ย่อมไม่มีเรื่องต้องคิดอยู่แล้ว จึงสามารถรวมใจให้สงบเนื่องเป็นสมาธิได้รวดเร็ว ความสว่างโพล่งเกิดจากใจหยุดนิ่ง ย่อมทำให้เด็กมิจใจผ่องใส ไม่ตกอยู่ในอาณาจักรแห่งโลกลำดับ คิดดี พูดดี และทำดีได้ง่าย จึงมีนิสัยประณีตเรื่อยร่อย ว่านอนสอนง่าย ศาสตรและศิลปแห่งความเป็นครู ๖๒ เหนือหลวงพ่อทัตตะโชโต
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More