ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประโยค - อธิบายกว่าสัมพันธ์ เล่ม ๓ หน้า ที่ 58
และพึงทราบว่าติติวิแสนกับเหตุนี้มักใช้เทคนิคกันได้ แม้ใน
โฆษนาบางบท ท่านบอกสัมพันธ์ว่ามีเหตุหรืออธิบิแสน ในที่นี้
พึงทราบตัวอย่าง ทนแน นในข้อ ก. มิใช่อะสน และ
อุปสมกุมะแสน ในข้อ ข. จะบอกว่าเป็นติติวิแสนก็ได้
อิตถภูฎด
๕. เป็นอาการ มี, ด้วยทั้ง] เรียกชื่อว่า อิตถภูฎดู อ.
มนษา เจ ปลุนแน ภาสิติ วา โโรติ วa.
อธิบาย : อิตถภูฎด ดูในอรรถเป็นอาการ โดยมาก ถ้า
แปลก่อนก็ยาเนื่องกัน ไชอายัตินาม 'ม' ถ้าแปลหลัง ใช่ว่า
'ด้วยทั้ง' อ. ในแบบ แปลว่า ' ถามบุคคลมีใจฟ่องใสแล้วพูด
ติถาม ทำติก็ตาม' หรือว่า ' ถามบุคคลผู้ตํตามตำติกตาม ด้วยหัวใจที่ฟ่องใส
แล้ว' มนษา เป็นอิตถภูฎดใน ภาสติ และ โกรฏ ไพรษง
ว่า เมื่้อพูดหรือทำนี้เป็นอย่างนี้ คือ มีใจฟ่องใส ใดฟ่องใส่งเป็น
อาการ เนื่องในกรียาพูดหรือทำ. สา ปนุนแน จิตตุน กัล
ตุวา... ติตาถุณต อุตตุวาณ นิจพฤติ [ ลาณพระรึกต.
๕/] 'นามมิจิตผ่องในทากละแล้วบังเกิดด้วยท่องอัตภาพ [ สูง ]
๓ คาวต์... จิตตุน เป็นอิตถภูฎด ใน กฎวา เพราะแสดงอาการ
ว่า เมื่อตำละคร เป็นอย่างไร คือมิธิตผ่องใส ใน อุตถภูฎดู เพราะแสดงอาการว่า เมื่อมีงเกิดเป็นอย่างไร
[ คือมอัตถภาพสูง ๆ คาวุต ]
[๒] บทอิตถภูฎดูนี้ ถ้าไม่พิจารณา ใช้ผิดไปเป็นกรรม หรือ