ข้อความต้นฉบับในหน้า
กายจะตั้งตรงอยู่ในอริยาบถของผู้พัน คืออั่งอย่างเดียว ไม่มีการยืน ไม่มีการเดิน ไม่มีการนอน เพราะไม่ต้องทำกิจแบบมนุษย์ ไม่ต้องอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ทำมาหากิน พูดคุย ขับถ่าย ไม่มีอุจจาระหาวหวานน เพราท่านพันแล้ว มีความสุขอย่างไม่มี ขอบเขตจำกัด มีความรู้แจ้งแจ้งแจ้งแจ้งในธรรมทั้งปวง เป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขสวนๆ จิรินเรียกอีกนัยหนึ่งว่า เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว หรือที่เราได้ยินกันว่า พุโธ ธัมโม สังโฆ เป็นเนมิตนามที่เกิดขึ้น พร้อมกับการบังเกิดขึ้นของธรรมกายนี้
สมณะกับวิปัสสนาต้องคู่กัน
ดังนั้น สมณะกับวิปัสสนาต้องไปพร้อมกัน จะแตกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เพราะต้องหยุดเสียก่อนจึ่งจะมีการเห็นได้ หยุดก็คือ สมา
วิปัสสนา คือ เห็นได้ดีๆ แจ่มแจ้ง และแตกต่างจากการเห็นด้วยวิธีการต่างๆ ของสิ่งที่อยู่ในภาพ ๓ วิปัสสนาเราจะใช้ต่อเมื่อเข้าถึงกายธรรมโคตรภูเป็นต้นไป ต่ำว่านั้นไม่ใช่ เพราะฉะนั้นสมณะกับวิปัสสนาก็ต้องคู่กัน
คนไม่เข้าใจก็ไปแยกว่า สำนักนั้นสมณะ สำนักนี้วิปัสสนา แล้วก็มีมานะทิฏฐิ เอาม่าขมกันว่า วิปัสสนาเหนือกว่าสมณะ อะไรต่างๆ ก็เป็นการนั่งกันด้วยมานะทิฏฐิและโมหะ คือ ไม่ประกอบไปด้วยความรู้ที่ถูกต้องสมบูรณ์ แต่เจือโมหะ เจือมานะทิฏฐิ