ข้อความต้นฉบับในหน้า
เห็นถึงไหน รู้ถึงนั่น
แล้วก็เห็นกิเลสที่บงบับกายมนุษย์ แล้วก็รู้ด้วย เรียกว่าอะไร อภิษฺฐา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ ลักษณะเป็นอย่างไร เห็นด้วย รู้ด้วย เป็นอย่างนี้ ไม่ต้องไปพิจารณาอะไร ไม่ต้องไปคิดอะไรเลย แม้ คิดก็คิดไม่ออก เพราะมันอยู่เหนืความนึกคิด หยุดอย่างเดียว เดี๋ยวก็รู้
อันนี้เรียก โโละ โกละ โมหะ
อันนี้ ราคา โกละ โมหะ
อันนี้ กามราคะ สลัยปฏิมนุสัย อวิชชานุสัย
อันนี้ ลักษณะทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตุปรามาส เป็นต้น
เรื่อยไปเลย จนกระทั่งอันนี้เรียก อวิชชา
ไม่ได้คิด ไม่ได้เขียน ไม่ได้อ่าน ไม่ต้องไปพิจารณาอะไร นิ่งอย่างเดียว เห็นไปเรื่อยๆ เห็นไปไรๆ ไป เห็นไปไรๆ ไป เขาถึงเรียกว่า ตรัสรู้ จนกระทั่งหลุดไปเป็นชั้นฯ เลย หลุดไปเรื่อย เห็นนิ่ง ๕ อายุเตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ แต่ละอย่างมีอยู่ อย่างนี้ ขึ้นก็ มีอะไรบ้าง ก็เห็นไป เห็นแล้วก็รู้ว่าเรียกอย่างนั้นอย่างนี้ มีคุณสมบัติเพียงน้อยอย่างนั้น
กระทั่งเห็น อธิษฐาน ก็ไม่ได้พิจารณา เห็นว่าทุกข์เป็นอย่างนี้ สมุทัยเหตุให้เกิดทุกข์เป็นอย่างนี้ นิโรธเป็นอย่างนี้ มรรคเป็นอย่างนี้ ไปเรื่อยเลย