ข้อความต้นฉบับในหน้า
แปล โดยอรรถ
2. นายพายืนั่น ครับกล่าวอย่างนั้นแล้ว มีทางรีบเร่งเข้าไปยังเมืองสวดี เห็นพระผู้ม
พระภาคเจ้ากำลังเสด็จเทียวยืนขดด้วยพุทธสิริ หาที่เปรียบมิได้ คิดว่า นานหนอ เราจึงเห็นพระโคดม
สัมผัสพระเจ้ ดังนี้ น้อมตัวเองไป ตั้งแต่๑ ตนเห็น ถวายบังคมด้วยเบญจางประดิษฐ์ ในระหว่างถนน
จึงข้องพระบาทไว้บ้าง กราบกุลีกุจอรับ พระผู้มีพระภาคเจ้า จงทรงแสดงธรรม
แก้ข้าพระองค์ ข้าพระสวุตเจ้าจงทรงแสดงธรรม ซึ่งจะมีประโยชน์แก่กัลยาณ์ เพื่อความสุขสันถานาน แก่
ข้าพระองค์ ๆ ลำดับนั้น พระบรมศาสดา ทรงห้ามเขาไว้ พาไยะ ยิ่งไม่ใช่กาลก่อน เรากำลังเข้าไปบิณฑบาต
ในระหว่างแห่งฃนฯ นายพายืน ฟังพระดำรัสนั้นแล้ว กราบว่าว่า ข้าพเจ้ารอคอยเต่า ขึ้นแต่รอองค์ผู้เจริญ ก็มิทราบการอันบุคคลผู้ผ่องเที่ยวอยู่ในสพรรธ ไมเคยได้ฟังได้
ข้าพระองค์ ไม่ทราบเมื่อถึงอาอันชีวิต ของพระองค์
หรือองค์พระองค์ ขึ้นราแสดงธรรม แก่ข้าพระองค์ใด ๆ แม่ ครั้งที่ 6 พระบรมศาสดา ก็
ทรงห้ามแล้วเหมือนกัน ๆ นี่ยน พระองค์ ได้ทรงมีพระดำริอย่างนี้ว่า ตั้งแต่เอ่ยนายพายู้นี้เห็นเร
ร่างกายทั้งสิ้นของเขาถูกกิริยาแทบตายกันระหว่างมีได้ เขากำลังแหงเป็นดี อย่างแรงกล้า ถึงฟังธรรมแล้ว ก็ถึงไม่
สามารถรู้แจ้งได้ เขาจึงต๋อยอยู่ในเบญจขันธ์คดีความเป็นกลางก่อน แต่ความกระวนกระวายของเขา ก็ยังรุนแรง
อยู่ เพราะเดินทางมาถึง 120 โยชน์ โดยคืนเดียวเท่านั้น ขอความกระวนกระวายใจแม่มั่น จงสับก่อน
เพราะฉะนั้น พระองค์ก็ทรงห้ามมิถึง 2 ครั้ง ถูกเข็อก่อน แม่ครั้งที่ 3 ประทับยู่ระหว่างถนนนั้น
และ ทรงแสดงธรรมโดยนัยเป็นต้นว่า ดูก่อนพายูนะ เพราะเหตุไฉนแหละ เธอ จึงศึกษานในศาสนานี้อย่างนั่นว่า
เมื่อเห็น ก็สู้ว่าเห็น ดังนี้ ๆ นายพายะนั่น ฟังธรรมของพระบรมศาสดาอยู่นั้นเทียว ทำอาสะทั้งปวงให้
ลั้นไป บรรสุพระอรหัต พร้อมทั้งปัจจิภาสทั้งหลาย ก็แล้ว เขากล่าวบรรพกจาเจ้าพระผู้มพระภาคเจ้า ในทันที
นั้น ถูกพระผู้มพระภาคเจ้าตรัสมา ว่า บาตรและจีวรของเธอครบแล้วหรือ จึงกราบลูกา ยังไม่ครบ ดังนี้ ๆ