การกุศลและการถวายทานในพระพุทธศาสนา ปัญหา-เฉลย วิชาแปลมคธเป็นไทย ประโยค ๑-๒ พ.ศ.  ๒๕๓๔ – ๒๕๖๙ หน้า 10
หน้าที่ 10 / 183

สรุปเนื้อหา

บทความนี้พูดถึงการถวายทานในพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญต่อชีวิตและชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของอุบาสกในเมืองสาวดีที่มีการช่วยเหลือและให้การสนับสนุนแก่กันและกัน ในเมืองนี้ประกอบด้วยอุบาสกจำนวนมาก โดยมีการเปรียบเทียบถึงการทำดีและการคัดเลือกเพื่อส่งเสริมการทำความดี คำสอนของพระศาสดาที่ช่วยชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตที่เป็นไปเพื่อกุศล โดยสรุปว่าการถวายทานไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ให้กับตนเอง แต่ยังสร้างความเจริญงอกงามให้แก่บุตรหลานและสังคมต่อไป

หัวข้อประเด็น

-การถวายทาน
-บทบาทของอุบาสก
-ความสำคัญของกุศล
-การส่งเสริมความดีในชุมชน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เฉลย ประโยค ๑-๒ แปล คบเป็นไทย แปล โดยหญิงชนะ ได้ยว่า ในกาอันเป็นไปแล้ว อ. พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เป็นผู้นำแห่งพระอิทธิปิธีมเป็นบริวาร เป็น ได้ดีดังไปแล้ว สู่เมืองชื่อว่าพาราวาส ฯ อ. มนุงษ์ ฯ กำหนดแล้ว ซึ่งกำลังของตน แปลคบ้าง สิงคบ้าง เป็น โดยความเป็นอันเดียวกัน ได้ถวายแล้ว ซึ่งทานเพื่อกุศลบุญมาพ ฯ ครั้งนั้น ในวันหนึ่ง อ. พระศาลาด ได้ทรงกระทำแล้ว ซึ่งการอุปมา ในกลุ่มเป็นที่สุดแห่งดั่งดังวิต อย่างนี้ว่า ดูก่อนอุบาสิกาอุบาสิกา ฯ อ. บุคคลบางคน ในโลกลี้ คิดแล้วว่า อ. อัน ฯ เราถวาย ซึ่งทานอันเป็น ของมีอยู่ของมันนั้นเทียว ย่อมควร อ. ประโยชน์อะไร ฯ ด้วยบุคคลอื่น ผู้ฉันเราชื่นชวนแล้ว ดังนี้ ย่อมถวาย ซึ่งทาน ด้วยตนเทียว ย่อมไม่ช้าชวน ซึ่งบุคคลอื่น ฯ อ. บุคคลนั้น ย่อมได้ ซึ่งความถึงพร้อมแห่งโภค ฯ ย่อมไม่ได้ ซึ่งความถึงพร้อมแห่งบริวาร ในที่แห่งนั้นบังเกิดแล้ว ฯ อ. บุคคลบางคน ย่อมช้าชวน ฯ ซึ่งบุคคลอื่น ฯ ย่อมไม่ช้าชวน ซึ่งบุคคลอื่น ฯ อ. บุคคลนั้น ย่อมได้ ซึ่งความถึงพร้อมแห่งบริวาร ฯ ย่อมไม่ได้ ซึ่งความถึงพร้อมแห่งโภค ฯ ในที่แห่งนั้นบังเกิดแล้ว ฯ อ. บุคคลบางคน ย่อมไม่ช้าชวน ฯ ซึ่งบุคคลอื่น ฯ ย่อมไม่ช้าชวน ซึ่งบุคคลอื่น ฯ อ. บุคคลนั้น ย่อมได้ ซึ่งความถึงพร้อมแห่งบริวาร ฯ ย่อมไม่ช้าชวน ฯ ซึ่งความถึงพร้อมแห่งโภค ฯ ในที่แห่งนั้นบังเกิดแล้ว ฯ ดังนี้ ฯ บูรผู้เป็นนีนิติ คนหนึ่งผู้ยืนอยู่แล้ว ได้ใกล้ ฟังแล้ว ซึ่งการอุปามานั้น คิดแล้วว่า ในกาลนี้ อ. จักกระทำ ฯ สมนิต ฯ สอง จักมี แกเรา โดยประภารด ได้โดยประการั้น ดังนี้ ฯ อ. บูรผู้นี้เป็นนีนิติแล้ว ย่อมบังคมแล้ว ซึ่งพระศาสดา กราบทูลแล้ว ข้าแต่พระองค์ ฯ ข้าแต่พระองค์ ฯ วันพรุ่งนี้ ฯ ดังนี้ ฯ อ. พระศาสดา ตรัสถามแล้วว่า อ. ความต้องการ ด้วยกิษฏ ฯ มีประมาณเท่าไร ย่อมมี แก่เธอดังนี้ ฯ อ. บูรผู้เป็นนีนิติแล้ว กราบทูลถามแล้วว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ อ. วิริยา ของพระองค์มีประมาณเท่าไร ดังนี้ ฯ อ. พระศาสดา ตรัสแล้วว่า อ. ความต้องการ ด้วยกิษฏ ฯ มีประมาณเท่าไร ฯ อ. พระศาสดา ตรัสแล้วว่า อ. พันแห่งกิญจ ฯ ยีสก ฯ ดังนี้ ฯ อ. บูรผู้เป็นนีนิติแล้ว กราบทูลแล้วว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อ. พระองค์ กับด้วยกิษฏ ฯ ทั้งปวง ของจงทรงรับ ซึ่งกิษฏ ฯ ของพระองค์ในวันพรุ่งนี้ ดังนี้ ฯ อ. พระศาสดา ทรงคำนึงดังให้อยู่ท่าบแล้ว ฯ **แปล โดยอรรถ** 2. ได้ยว่า ชื่อว่าอุบาสกผู้ทรงธรรม ในเมืองสาวดี มีประมาณ ๕๐๐ คน ๆ บรรดาอุบาสกเหล่านี้ อุบาสกแต่ละคนมีอุบาสกคนละ ๕๐๐ เป็นบริวาร ๆ อุบาสกเป็นหัวหน้าของอุบาสกเหล่านั้น มีลูกชาย ๗ คน ลูกสาว ๗ คน ๆ บรรดาลูกทั้ง ๑๔ คนนั้น ลูกแต่ละคน ได้มีสาลก้าววามคู สาลภัณฑ์ ปีกิฏก สังฆภัณฑ์ อุปสิกภัณฑ์ อานันตภัณฑ์ วาสสาภัณฑ์ คณะที ๆ ลูกแม่เหล่านี้ ทุกคนได้ชื่อว่า
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More