ข้อความต้นฉบับในหน้า
ฏ { ปัญหาและเฉลย วิชาแปลมครเป็นไทย ประโยค ๑-๒
พระมหามนตรี กตปุโญ
ชนผู้ตายแล้ว ย่อมทั้งไร้้ อ. ดินัน จึงที่สุดของชนผู้ตายแล้วนั้น สู่เรือนยอดด้วนบุคคลาคแล้ว
ด้วยผ้ากัมพล กระทำแล้ว ซึ่งสัตย์กะ ด้วยวัดท. มีของหอมและระเบียบแห่งดอกไม้เป็นต้น จักกระทำแล้ว
ซึ่งกิจคืออั่ย่งสายรีะ ถว้า อ. ดินัน
จ่ายกขึ้นแล้ว ซึ่งสรีระของชนผู้ตายแล้วนั้น สู่เชิงกะถอ นยังไฟไหพลามแล้ว ครามแล้ว ด้วยขอ ตั้งไว้แล้ว
ในภายนอก ทุบแล้ว ด้วยขวนต์ ดำให้เป็นช่น้อยชันใหญ่ ใส่เข้าแล้ว ใบไฟ แสดงแล้ว แก่ท่าน
จ่ายังสรีระของชนผู้ตายแล้วนั้นให้ไหม ดังนี้ ฯ
แปล โดยอรรถ
๒. ครั้นล่วงไป ๒-๓ วัน วรวยของลูกชายคนโต กล่าวขะแม่ผัวว่า โอ่ แม่เจ้าของพวกเรา
คิดว่า คนเป็นลูกชายคนโตของเรา จึงมาเรือนนี้แห่งเดียว เหมือนกันให้สองส่วน ๆ แมพวกกรรายของพวก
ลูกชายที่เหลือ ก็พูดอย่างนี้เหมือนกัน ๆ ฝ่ายลูกสาวา ตั้งแต่แตลลูกสาวคนโต ก็ตพูดนะอย่างนั้น
เหมือนกัน แมในเวลาที่นางไปสู่เรือนของพวกลูกสาวเหล่านั้น ๆ นางถูกพูดมี จึงคิดว่า ประโยชน์อะไรด้วย
การอยู่ในสำนักของลูก ๆ เทเหล่าน เราจักเป็นกุศลบรรมีเป็นอยู่ ดังนี้ ฯ จึงไปยังสำนักของนางภิณูบังอวแล้ว ๆ
นางภิณูบังเหล่านั้น ให้กันบวชแล้ว ๆ นางได้อุบสมบถแล้ว ปรากฏชื่อว่า พุทธิดาเถรี ๆ พระหนูติฏกเถรี
นึกว่า เราบวมในเวลาแก่ เราไม่ควรประมาท จึงทำวัตรปฏิบัติแก่นางภิณูบังอวแล้วหลาย คิดว่า เราจัก
บำเพ็ญสมบรรธรรมตลอดคืนยิ่งรุ่ง จึงมีอัจฉาอาสนะตนหนึ่ง ที่กะใต้ปราสาทา เดินเวียนเสน่หา บำเพ็ญสมบรรธรรม
แม้เมื่อจงกรม คิดว่า ศรีะของเรา พึงกระทบต้นไม้ หรือวัตถะอะไร ในที่มืด จึงใช้มือจับต้นไม้ เดินเวียน
ต้นไม้นั้น บำเพ็ญสมบรรธรรม ๆ นางคดว่า เราจำก็ท่เป็นอยู่ดีพระบรมศาสดางแสดงแล้ว ว่าใครรวกฎธรรม รสงสิงธ์ธรรม บำเพ็ญสมบรรธรรม ๆ ลำบากนั้น พระมหาศาสดาประทับอยู่ในพระคันธกฤ
นเอง ทรงแผ่พระรัศมีไปเหมือนประดับนั่งอยู่เฉพาะหน้า เมื่อจะตรัสละนาง จึงตรัสว่า แนะพุทธิดา
ความเป็นอยู่แม่ก็คู่เดียวของบุคคลผู้นิยมธรรมที่เราแสดงแล้ว ประเสริฐว่าความเป็นอยู่ ๑๐๐ ปี ของผู้ไม่
ใครครอง ไม่เห็นธรรมที่เราแสดงแล้ว ดังนี้ เมื่่อจะทรงสิ้นอุปสนิทแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ ฯ