ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๔๒ คู่มือวิชาแปลไทยเป็นมคธ ป.ธ.๔-๙
ในกรณีแสดงความ
๔. เมื่อใช้พหุวจนะ แทน เอกวจนะ
เคารพ ต้องใช้ให้ตลอดเรื่อง และใช้ในทุกวิภัตติทั้งเลขนอกเลขใน มิใช่
ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้างตามใจชอบ
๑๐. ต ปัจจัย นิยมใช้กับกัมมวาจก และเหตุกัมมวาจกเท่านั้น
จะใช้ในรูปกัตตุวาจก เช่น โส กมุม กโต ไม่ได้
อนุต ปัจจัย เป็นได้ ๓ วาจก จะใช้เป็นกัมมวาจก หรือเหตุกัมม
วาจก เช่น เทริยนโต กรียนโต การาปิยนโต ดังนี้ไม่ได้ และ เมื่อใช้
เป็นกิริยาของศัพท์อิตถีลิงค์ ต้องลง อี เครื่องหมาย อิต. เป็น กโรนฺตี
เทเสนดี ไม่ใช่ลง อา เป็น กโรนฺตา เทเสนตา
มาน ปัจจัย เป็นได้ทั้ง ๕ วาจก เมื่อเป็นอิตถีลิงค์ ต้องลง อา
เป็นมานา เช่น กุรุมานา วุจจมานา
๑๑. คำว่า “คือ” ในสำนวนไทย มาจากศัพท์ว่า อิติ วเสน
ยทินํ เสยฺยถีท และ กฤ
อิติ นิยมเรียงส่วนย่อยไว้ข้างหน้าก็มี ข้างหลังก็มี และ
ควบด้วย จ ศัพท์ หลัง อิติ (ดูวิธีเรียง อิติ ศัพท์
ประกอบ)
• วเสน ในชั้นประโยคต้นๆ นิยมแปลศัพท์นี้ว่า ด้วยสามารถ
และในชั้นสูงๆ นิยมแปลว่า “คือ” วิธีใช้ให้นำส่วนย่อย
ของศัพท์หลังมาสมาสกับศัพท์ว่า วเสน ทั้งหมด เช่น
: พุทธธัมมสังฆวเสน รตนตฺตย์ โลเก อุปปันน์ ฯ